วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

 

บทที่ 3

วิธีการดำเนินการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย โดยใช้การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/1 โรงเรียนเทพวิทยา ซึ่งมีขั้นตอน และวิธีการดำเนินการวิจัย ตามลำดับขั้นตอนดังนี้

        1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

        2.  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา

        3. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย    

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล

5. วิธีดำเนินการทดลอง

6. การวิเคราะห์ข้อมูล

       

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

       ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

               ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย – หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี                กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทพวิทยา สำนักงานเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร  โดยมีจำนวน 4 ห้องเรียน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 126 คน

        กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

                  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย – หญิงอายุระหว่าง 5-6 ปี                         กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนเทพวิทยา สำนักงานเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ได้มาโดยวิธีการการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random Sampling) เลือกห้องเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/1 มาจำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 31 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ในการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย

       เครื่องมือการทดลอง

        1   แผนการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์ จำนวน   24 แผน

 

        เครื่องมือประเมินผล

                2   แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมด้านความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบ

การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1.ขั้นตอนในการสร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์และหาคุณภาพของเครื่องมือ ดังนี้

จุดประสงค์

เพื่อศึกษาผลของการใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์

วิธีการดำเนินการสร้าง

       ผู้ศึกษาได้สร้างแผนการจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ โดยดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้

        1) ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยเกี่ยวข้อง ดังนี้

                1.1 ศึกษาทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์

                1.2 ศึกษาเอกสารกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์งานประดิษฐ์

        2) กำหนดเนื้อหาเพื่อจัดทำแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์

        3) สร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ จำนวน 24 แผน สอนสัปดาห์ละ 3 วัน เรื่องละ 1 วัน จำนวน 8 สัปดาห์

                3.1 จุดประสงค์

               3.2 เนื้อหา

               3.3 การดำเนินกิจกรรม (ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป)

        4) จัดทำแผนและนำแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ จำนวนทั้งหมด 24 แผน ไปนำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาเพื่อหาความสอดคล้อง (IOC) ของจุดประสงค์ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมการประดิษฐ์ และการประเมินผล โดยมีค่าความคิดเห็นตรงกันอย่างน้อย 2 ใน 3 มีค่าเท่ากับ 0.5 ขึ้นไปถือว่าเชื่อถือได้ เกณฑ์การพิจารณาดังนี้

               +1    หมายถึง        เมื่อผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วย

               0      หมายถึง        เมื่อผู้เชี่ยวชาญแน่ใจ

               -1     หมายถึง        เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วย

และปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้

4.1 อาจารย์กมลวรรณ์ อังศรีสุรพร

               4.2 อาจารย์ตฤณ แจ่มถิ่น

               4.3 อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์ ตุ้หมาด

        5) นำแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ โดยใช้เกณฑ์ความเห็นตรงกัน 2 ใน 3 ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ได้แก้ไขปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน

        6) นำแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ที่ปรับปรุงแก้ไขไปทดลอง (Try Out) ใช้กับนักเรียนอายุ 56 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนเทพวิทยา จำนวน 15 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่อง และความเป็นไปได้

        7) ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ให้เป็นฉบับสมบูรณ์

        8) นำแผนกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการประดิษฐ์ ที่ปรับปรุงเหมาะสมแล้วจัดทำฉบับจริงเพื่อนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง

 

2. แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย ดังนี้

    แบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคม โดยดำเนินตามขั้นตอนดังนี้

    2.1 ศึกษาคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี) (2560: 25-47)

    2.2 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยจากงานวิจัยของ วีรณา ปะกิลาภัง (2558: 4-28 )

    2.3 สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคม ดังนี้

        2.3.1 ความเป็นผู้นำผู้ตามมีพฤติกรรมให้ประเมิน 3 ข้อ

               1) ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นถึงแม้จะต่างจากตนเอง

               2) ปฏิบัติตนเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี

               3) เป็นที่ยอมรับของเพื่อน

        2.3.2 ความรับผิดชอบมีพฤติกรรมให้ประเมิน 3 ข้อ

               1) ตั้งใจทำงานหรือกิจกรรมที่ได้รับมอบหมาย

               2) ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบและข้อตกลงร่วมกันของสังคม

                              3) ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนจนหมดเวลา

แบบแผนการทดลอง และวิธีการดำเนินการทดลอง

       1. แบบแผนการวิจัย

การวิจัยเรื่องผลการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ที่มีต่อทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยดำเนินการทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว และใช้แบบแผนการวิจัยแบบอนุกรมเวลากลุ่มเดียว       (One - Group Time – Series Design) ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง มีการสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมก่อนและระหว่างการทดลองด้วยแบบสังเกต ดังตารางที่ 1

 

ตาราง 1 แบบแผนการทดลอง

ก่อนทดลอง

ขณะทดลอง

O0

X1 O1 , X2 X3 X4 X5 O2 X6 X7 X8 O3

 

        เมื่อ    O0                แทน   การสังเกตก่อนการทดลอง

        X              แทน   การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นเวลา 8 สัปดาห์

        O1 O2 O3    แทน   การสังเกตระหว่างการทดลองจำนวน 3 ครั้ง

 

 

        2. วิธีดำเนินการทดลอง

             2.1 ก่อนการทดลองผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการบันทึกผลในแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น การสังเกตใช้ผู้สังเกตจำนวน 2 คน คือ ผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัย ซึ่งเป็นครูที่มีวุฒิปริญญาตรี และมีประสบการณ์ในการสอนเด็กปฐมวัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

               2.2 ดำเนินการทดลอง โดยการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์ตามแบบแผนการจัดกิจกรรม เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ วันละ 40 นาที ระหว่างเวลา 10.00 -10.40 น. ขณะทำการทดลองผู้วิจัยใช้กล้องวิดิโอบันทึกภาพเพื่อใช้เป็นหลักฐานด้านพฤติกรรมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยในสัปดาห์ที่ 1 5 และ 8

 

ตารางที่ 2 แสดงวันและการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์

การจัดกิจกรรม

ระยะเวลาทำการทดลอง

วันที่ทำการทดลอง

ช่วงเวลา

จัดกิจกรรมแบบปกติ

1 สัปดาห์

ก่อนการทดลอง

จันทร์ พุธ ศุกร์

10.00 – 10.40 น.

การจัดกิจกรรมการประดิษฐ์ระหว่างการทดลอง

8 สัปดาห์

จันทร์ พุธ ศุกร์

10.00 – 10.40 น.

 

           3. บันทึกข้อมูลพฤติกรรมทักษะทางสังคมด้านความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบในสัปดาห์ที่ 1 5 และ 8 ระหว่างการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์

           4. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ผู้วิจัยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ เปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานทุกด้านเพื่อศึกษาการพัฒนาพฤติกรรมทักษะทางสังคมด้านความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบต่างกันตลอดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์ โดยนำคะแนนของผู้สังเกตมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ

 

การเก็บรวบรวมข้อมูล

           ผู้วิจัยดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้

           1.เก็บรวบรวมข้อมูลจากการบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมด้านความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยใช้ผู้สังเกตจำนวน 2 คน คือผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัย (ชื่อครู ตำแหน่ง โรงเรียน สังกัด จังหวัด)

           2. เก็บข้อมูลพื้นฐานทุกด้านจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 15 คน โดยสังเกตทักษะทางสังคมด้านความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบของเด็กปฐมวัยขณะได้รับการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์เป็นกลุ่ม เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผู้วิจัยและผู้ช่วยผู้วิจัยทำการสังเกตพฤติกรรมเด็กไปพร้อม ๆกัน สังเกตเป็นรายบุคคลตลอดช่วงเวลาในการทดลอง โดยทำการสังเกตดังนี้ วันแรกผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมเด็กเลขที่ 1-15 ผู้ช่วยผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมเด็กเลขที่ 16-31 วันถัดไปผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมเด็กเลขที่ 16-31 ผู้ช่วยผู้วิจัยสังเกตพฤติกรรมเด็กเลขที่ 1-15 สลับกันในสัปดาห์ที่ 1 5 และ 8 โดยทำการสังเกตตั้งแต่วันจันทร์ พุธ และศุกร์ และสรุปเป็นสัปดาห์ ดังตารางที่ 3

 

ตารางที่ 3 การหมุนเวียนลำดับการสังเกตความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบ

วัน

 

 

สัปดาห์

วันจันทร์

วันพุธ

วันศุกร์

ผู้วิจัยสังเกตเลขที่

ผู้ช่วยผู้วิจัยสังเกตเลขที่

ผู้วิจัยสังเกตเลขที่

ผู้ช่วยผู้วิจัยสังเกตเลขที่

ผู้วิจัยสังเกตเลขที่

ผู้ช่วยผู้วิจัยสังเกตเลขที่

1

1-15

16-31

1-15

16-31

1-15

16-31

5

1-15

16-31

1-15

16-31

1-15

16-31

8

1-15

16-31

1-15

16-31

1-15

16-31

 

การบันทึกคะแนน

           1. การบันทึกแบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบ ถ้าในช่วงเวลาที่ทำการสังเกต เด็กเกิดความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบข้อใดและตรงกับช่องระดับคะแนนของพฤติกรรมความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบให้ทำเครื่องหมาย / ลงในช่องนั้น

           2. การบันทึการให้คะแนนของแบบสังเกตพฤติกรรมความเชื่อมั่นในตนเองกำหนดเป็น 1,2,3

           3. เมื่อสิ้นสุดแต่ละสัปดาห์นำคะแนนของผู้สังเกตทั้ง 2 คน มาหาผลรวม เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ

 

การวิเคราะห์ข้อมูลมีขั้นตอน ดังนี้

การหาค่าร้อยละ

1. สถิติพื้นฐาน

1.1) การหาค่าร้อยละ (Percentage) ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบของเด็กปฐมวัยใช้สูตร ดังนี้

                               

เมื่อ    P แทน ร้อยละ

                               F แทน ความถี่ที่แปลงเป็นร้อยละ

n แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด

2.สถิติที่ใช้ในการหาค่าคุณภาพ

2.1) หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมความเป็นผู้นำผู้ตามและความรับผิดชอบ โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง ( IOC ) ระหว่างแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมและกิจกรรมการประดิษฐ์ (พวงรัตน์ ทวีรัตน์. 2543 : 117) นำคะแนนที่ได้มาแทนสูตร ดังนี้

เมื่อ    IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างระหว่างแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะทางสังคมและกิจกรรมการประดิษฐ์

 แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

 

กำหนดการแปลผลโดยรวมและจำแนกรายการ ดังนี้

       ภาพรวมของพฤติกรรมทักษะทางสังคมคะแนนเต็ม 20 คะแนน เกณฑ์การแปลผลแบ่งเป็น 4 ช่วง ดังนี้

คะแนนระหว่าง 15.01- 20.00 หมายถึง มีพฤติกรรมทักษะทางสังคมในระดับดีมาก

คะแนนระหว่าง 10.01-15.00  หมายถึง มีพฤติกรรมทักษะทางสังคมในระดับดี

คะแนนระหว่าง 05.01-10.00  หมายถึง มีพฤติกรรมทักษะทางสังคมในระดับพอใช้

คะแนนระหว่าง 00.00-05.00  หมายถึง มีพฤติกรรมทักษะทางสังคมในระดับต้องปรับปรุง